“เรือใบสีฟ้า” บุกเฉือน “แบ็กกี้ส์” 3-2 นำฝูง 5 แต้มเหมือนเดิม

  • 0

“เรือใบสีฟ้า” บุกเฉือน “แบ็กกี้ส์” 3-2 นำฝูง 5 แต้มเหมือนเดิม

   การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18 นัดที่ 10 ของฤดูกาล เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน อันดับ 13 เปิดสนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง

เริ่มมา 10 นาที ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 เลรอย ซาเน่ ได้ซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเป็นจรวดเสียบตาข่าย

แต่ถัดมาแค่ 3 นาที เจ้าถิ่นตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ เจย์ โรดริเกวซ ได้กระดกบอลในกรอบข้ามหัว เอแดร์สัน โมราเอส นายด่านเรือใบสีฟ้าเข้าประตู

นาที 15 สกอร์ขยับอีกครั้ง แฟร์นันดินโญ่ ได้ยิงไกลนอกกรอบ บอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเปลี่ยนทางเสียบเสาเข้าไป ซิตี้ขึ้นนำ 2-1

หมดครึ่งแรก เวสต์บรอมวิช ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 1-2

นาที 64 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้แค่ 3 นาที ชาร์จจ่อๆหน้าประตูจากลูกเปิดของ ไคล์ วอล์คเกอร์ สกอร์หนีเป็น 3-1

นาทีสุดท้าย เจ้าถิ่นได้ประตูไล่มา 2-3 จาก แมทธิว ฟิลลิปส์ แต่ก็ไม่ทัน

จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ แมนฯ ซิตี้ มีเพิ่มเป็น 28 แต้ม นำรองจ่าฝูง แมนฯ ยูไนเต็ด 5 คะแนนเท่าเดิม


  • 0

‘เป๊ป’ เอาจริง! ใครจะหยุด ‘เรือใบ’

ชัยชนะ 8 นัดติดต่อกันของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแล้ว ด้วยฟอร์มการเล่นและแท็กติกแต่ละเกมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะเรียกว่าเป็นทีมที่น่ากลัวที่สุดในโลกเวลานี้ทีมหนึ่งก็ว่าได้

หลังจบบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกกลางดึกของคืนวันเสาร์ ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงบุกไปเฉือนเอาชนะ เชลซี แชมป์เก่า 1-0 จากประตูชัยของ เควิน เดอบรุน ทำให้พวกเขากลับไปทวงจ่าฝูงคืนอีกครั้ง

แม้ว่าเรือใบสีฟ้าจะต้องเสียตัวหลักถึงสองคนอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร และ เบนจามิน เมนดี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของกุนซือชาวสแปนิชรายนี้ เนื่องจากทีมของเขามีขนาดใหญ่พอที่จะหาคนมาทดแทนกันได้

แถมฟอร์มโดยรวมยังข่มมิดเชลซีหากเทียบเป็นมวยก็ต้องบอกว่าคนละรุ่นก็ว่าได้ แม้จะบุกไปเอาชนะแค่ลูกเดียวก็ตาม แต่เกมโดยรวมเรือใบเหนือกว่าเจ้าบ้านอยู่บานเบอะ

ชัยชนะเกมนี้ของเรือใบสีฟ้าต่อยอดเป็น 8 เกมติดต่อกันนับตั้งแต่ที่เสมอในบ้านตัวเองกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 ในนัดที่สองของศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งเกมนั้นน่าจะแพ้เสียด้วยเมื่อเหลือ 10 แต่ยังได้ราฮีม สเตอร์ลิง มายิงประตูกู้ชีพ

8 เกมดังกล่าวของเรือใบต่างไล่ขยี้คู่แข่งไม่เหลือซาก ทั้งเกมรุกที่โชว์ฟอร์มสุดสะเด่า ยิงประตูเป็นว่าเล่นอีกทั้งเกมรับยังแน่นเอี้ยดเปรียบอย่างกำแพงเมืองจีนอีกต่างหาก โดยเหยื่อดังๆก็คงหนีไม่พ้น ลิเวอร์พูล ที่โดนไป 5 เม็ดและล่าสุดก็เป็นเชลซี แชมป์เก่า

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้ทีมเป็นของตัวเองต่างจากฤดูกาลก่อนที่ทนใช้ฟูลแบ็กวัยชราจนไม่ได้แชมป์ติดมือแม้แต่รายการเดียว

ปีนี้ของเป๊ปได้แบ็กขวาคู่ใจอย่าง ไคล วอลเกอร์ มาแล้วแถมไม่ต้องปรับตัวกันมากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งรุกและรับทันทีตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม แม้ว่าแบ็กซ้ายตัวใหม่อย่าง เบนจามิน เมนดี จะได้รับบาดเจ็บยาวแต่ ฟาเบียน เดลฟ์ก็ดูเหมือนจะเข้ามาทำหน้าที่แทนได้อย่างไม่มีเคอะเขิน รวมไปถึง เอแดร์สัน นายด่านแซมบ้าที่เข้ามาประจำการด่านสุดท้ายพร้อมกับโชว์ฟอร์มได้สมราคาสถิติโลกโกล

ส่วนเกมรุกไม่ต้องพูดถึง ในเมื่อขันเกมรับแน่นเป็นภูผาหิน เกมรุกที่เคยโดดเด่นอยู่แล้วก็ไล่กระหน่ำใส่คู่แข่งเต็มที่ การจับ เควิน เดอบรุน ไปเล่นเป็นกองกลางตัวทำเกม กลับทำได้ดีอย่างเหลือเชื่อและเป็นคีย์แมนสำคัญกับชัยชนะแบบถล่มทลายในแต่ละนัดที่ผ่านมา

แล้วใครจะหยุดทีมนี้ได้ ก็คงอาจจะเป็น อริร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โชว์ฟอร์มสุดติ่งกระดิ่งแมวไม่แพ้กัน และจะเป็นการประชันหน้ากันของสองยอดกุนซืออย่าง โชเซ มูรินโญ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สองคู่ปรับตลอดกาลนั่นแหละ

วันที่ 9 เดือนธันวาคมที่ทั้งคู่จะพบกัน หากทั้งสองทีมยังโชว์ฟอร์มได้แบบนี้ต่อไป วันนั้นจะเป็นเกมที่สุดมัน หยุดโลกเลยก็ว่าได้ แล้วเราจะได้รู้กันว่าเมืองแมนเชสเตอร์ ใครกันแน่คือตัวจริง

 


ข่าวล่าสุด

คลังเก็บ