• 0

แพ้ 0-4 แต่เราไม่ 0 เปล่า!!

ความปราชัยขวนล่าสุด ที่ไซตามะ สเตเดี้ยม ไม่ใช่เรื่องที่จะรับกันไม่ได้ เพราะอย่างที่รู้ คือมาตรฐานที่เรามี กับสิ่งที่เราเผชิญ มันเรียกว่าคนระดับ!!
ฟุตบอลแดนปลาดิบ มาตรฐานสูงส่งกว่า ช้างศึก ทุกกระบวนท่า ความสามารถเฉพาะตัว , รูปแบบการเล่น , การจบสกอร์ ทุกอย่างบ่งบอกว่าทำไม “ซามูไรบลู” ถึงได้ไปลุยบอลโลกเมื่อปี 1998 และหลังจากนั้นพวกเขาไม่เคยพลาดการตีตั๋วไปเล่นในฟุตบอลรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ตลอด 90 นาที ทีมชาติไทยแสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำได้ดีกว่าเกมในบ้านที่พ่ายมา 0-2 เราได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งนำมาถึงการเสียประตูอย่างรวดเร็ว

เราได้เรียนรู้ว่าการก้าวเข้ามาถึงระดับเอเชีย เป็นอะไรที่โหดซะยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นผู้เขา แต่สิ่งที่นักเตะไทยแสดงออกมา ผมกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ได้ดู ได้ชมพวกเขาตลอด 90 นาทีเต็ม โอเคล่ะ! การเดินออกจากสนามด้วยการแพ้ ถึง 0-4 มันน่าภูมิอกภูมิใจงั้นหรือ? ผมเชื่อว่าหลายคนรับได้ และผมก็บอกเต็มปากเลยว่าผมรับได้ ผมรับได้ที่เห็นทุกคนยืนหยัดต่อกรกับยอดทีมเอเชีย โดยเปิดหน้าสู้ ไม่ใช้สูตรรถบัส เหมือนอย่างที่หลายคนหวั่นเกรงในช่วงก่อนเริ่มเกม ยิ่งบวกกับ รายชื่อ 11 คนแรกที่ออกมา ยังโดนใจใครหลายคน ที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง (บ้าง)!! “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เผชิญกับแรงกดดันมหาศาล หลังพาทีมพ่าย ซาอุดิอาระเบีย มาแบบไม่มีทรง ทำให้สิ่งที่เขาต้องพยายามจงหนัก คือลดอีโก้ และจัดตัวบนพื้นฐานความเป็นจริง

ผมบอก และย้ำไม่รู้จะกี่ครั้ง ว่าเรื่องนี้แฟนบอลไม่ได้หลับหูหลับตาอวยกันแบบเดิมๆ ทำดีก็ต้องชม ทำห่วยก็ต้องโดนวิจารณ์ ฟุตบอล มันจบไปแล้ว บทสรุปคือเราแพ้ทีมแกร่งอย่าางญี่ปุ่น 0-4 แต่เราไม่สูญเปล่าแน่นอน อย่างน้อยเราได้เห็นผู้เป็นกุนซือ ทำในสิ่งที่ถูกต้องในโลกฟุตบอล นั่นคือส่งนักเตะที่พร้อม และดีที่สุดลงสนาม ในใช่เอะอะคือการ “ไม่เข้าระบบ” จากนี้ไป 3 นัดของการเล่นในรายการนี้ แม้เราจะยุติเส้นทางสู่รัสเซีย แต่นี่มันคือการเริ่มต้นที่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็ได้มาถึงรอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย เราได้ลิ้มรสความโหดของการเจอกับทีมอันดับต้นๆของทวีป เราได้ลิ้มรสความปราชัย ที่จะก้าวข้ามตรงนี้ไปให้ได้ในสักวัน เราได้บอกกับตัวเอง และได้รับรู้ว่า เวลานี้เราอยู่ตรงไหนของเอเชีย สิ่งที่ผมอยากเห็นต่อจากนี้อีกสามเกม คือการที่เราลองเรียกนักเตะที่โชว์ฟอร์มในลีกได้เยี่ยม มาติดทีมดูบ้าง หน้าเดิมๆ ที่ติดทีมแม้กระทั่งระดับสโมสรนั่งสำรองยังติด แบบนี้ขอให้พอเสียที เรียกนักเตะหน้าใหม่ มาดู มาลอง ดีไม่ดีมันอีกเรื่อง แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะพอเห็นอะไรบ้าง สุดท้าย ผมยังพร้อมสนับสนุนทีมชาติไทยเสมอ และขอบคุณสำหรับเกมเมื่อวาน ที่แม้ว่าเราจะแพ้ แต่เรายังได้เห็นเลือดนักสู้ที่พวกเขาแสดงออกมา


  • 0

“รัชนก” นำชัย “ทัพขนไก่ไทย” พาเหรดลิ่ว “อินเดีย โอเพ่น”

การแข่งขันแบดมินตัน “โยเน็กซ์ ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น ซูเปอร์ซีรี่ส์” ชิงเงินรางวัลรวม 325,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,375,000 บาท ที่กรุงนิว เดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 29 มี.ค. รอบแรก

ประเภทหญิงเดี่ยว
รัชนก อินทนนท์ มือ 7 ของโลก ชนะ เกา ฟางเจี่ย มือ 83 ของโลก จากจีน 21-15, 21-19
พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มือ 38 ของโลก ชนะ ฉู ยา ฉิง มือ 24 ของโลก จากไต้หวัน 21-16, 21-13
บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มือ 12 ของโลก แพ้ เฉิน เสี่ยวซิน มือ 43 ของโลก จากจีน 21-17, 16-21, 15-21

ประเภทชายเดี่ยว
ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข มือ 11 ของโลก แพ้ ชัว เทียน เฉิน มือ 9 ของโลก จากไต้หวัน 18-21, 8-21,

ประเภทหญิงคู่
จงกลพรรณ กิติธรากุล/รวินดา ประจงใจ คู่มือ 10 ของโลก ชนะ มานีชา/มาฮิมา อักการ์วาล คู่มือ 194 ของโลก จากอินเดีย 21-9, 21-8
ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย/พุธิตา สุภจิรกุล คู่มือ 9 ของโลก ชนะ อาริสะ ฮิกาชิโนะ/อายาเนะ คุริฮาระ คู่มือ 110 ของโลก จากญี่ปุ่น 21-11, 21-14,

ประเภทชายคู่
นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร/”อาท”บดินทร์ อิสสระ คู่มือ 15 ของโลก แพ้ วลาดิเมียร์ อิวานอฟ/อิวาน โซโซนอฟ คู่มือ 12 ของโลก จากรัสเซีย 17-21, 21-12, 19-21
เดชาพล พัววรานุเคราะห์/กิตตินุพงษ์ เกตุเรน คู่มือ 28 ของโลก แพ้ โกห์ วี เชม/ตัน วี เคียง คู่มือ 2 ของโลก จากมาเลเซีย 17-21, 19-21
ภาคิน คุณาอนุวิทย์/สุภัค จอมเกาะ คู่มือ 334 ของโลก แพ้ มาเธียส คริสเตียนเซ่น/เดวิด ดัวการ์ด คู่มือ 21 ของโลก จากเดนมาร์ก 18-21, 14-21,

ประเภทคู่ผสม
บดินทร์ อิสสระ/สาวิตรี อมิตรพ่าย คู่มือ 17 ของโลก ชนะ ยูตะ วาตานาเบะ/อาริสะ ฮิกาชิโนะ คู่มือ 15 ของโลก จากญี่ปุ่น 21-15, 21-14
เดชาพล พัววรานุเคราะห์/ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือ 11 ของโลก แพ้ คิม กิ จุง/ชิน เซือง ชาน คู่มือ 29 ของโลก จากเกาหลีใต้ 21-19, 15-21, 18-21
“ต้นน้ำ”นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร/”กิ๊ฟ”จงกลพรรณ กิติธรากุล คู่มือ 26 ของโลก แพ้ คิม แจ ฮวาน/ลี โซ ฮี คู่มือ 207 ของโลก จากเกาหลีใต้ 18-21, 22-24 สุภัค จอมเกาะ/พุธิตา สุภจิรกุล คู่มือ 106 ของโลก แพ้ เคนตะ คาซุโนะ/อายาเนะ คุริฮาระ คู่มือ 12 ของโลก จากญี่ปุ่น 13-21, 14-21


  • 0

อยากได้อะไรบอก! “ซิโก้” พร้อมรับฟังแข้งคนไหนฟอร์มดี

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ที่เดินทางถึงประเทศไทย พร้อมนักเตะ และสต๊าฟฟ์โค้ชของทีมเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวานนี้ ได้กล่าวหลังเสร็จสิ้นจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย กับทีมชาติญี่ปุ่น

กุนซือจอมตีลังกา รับได้มีการพูดคุยกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ หลังจบเกมกับ ญี่ปุ่น โดยท่านนายกฯ ก็ให้กำลังใจ และชื่นชมว่าเล่นแบบนี้ดูดีมีอนาคต แต่ก็ยังได้แนะนำให้ปรับทีมในบางตำแหน่ง โดยหาผู้เล่นหน้าใหม่มาเสริมทีมแทนผู้เล่นบางรายที่คิดว่าฟอร์มตก “เราอยากเห็นนักเตะหน้าใหม่เหมือนกัน กลับไปคงต้องสังคายนากันใหม่ ซึ่งในลีกเราเห็นกันอยู่แล้ว นักเตะหน้าใหม่ที่โดดเด่นมีใครบ้าง ในลีกเราลองนับดูเลย แล้วถ้าเอามา เราจะชนะในเอเชียเลยหรือเปล่า ตรงนี้ก็คงจะเอามาเป็นการบ้านของเราต่อไป”

“ตอนนี้หากขาดตกบกพร่องตำแหน่งไหนบอกมาเลย อยากให้ใครเข้ามาบอกมาเลยแล้วอยากให้ใครหลุดบอกมาเลย ดีไหมครับ ช่วยกัน ในลีกที่เก่งๆแนะนำมาเลย วัยรุ่นมาถึงลองได้อยู่แล้วใน 3 เกมนี้ แต่นอกจากต้องได้ประสบการณ์แล้ว ต้องได้ผลการแข่งขันที่ดีด้วย แต่ก็ยังเป็นงานหนักอยู่ดีในการเจอทั้ง ยูเออี และ อิรัก” สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดต่อไป ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน


  • 0

เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า! “บิ๊กอ๊อด” เปิดใจหลัง “ช้างศึก” เก็บได้แต้มเดียว

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้กล่าวแสดงความขอบใจนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย โค้ชและทีมงานผู้ฝึกสอนตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้เสียสละทำหน้าที่อันมีเกียรติเป็นต้วแทนของคนไทยทั้งชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี และได้แสดงความเห็นถึงผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ทีมชาติไทย พ่าย ให้กับทีมชาติญี่ปุ่น 0-4 ในการแข่งขันคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมโซนเอเซีย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ณ เมืองไซตามะ รวมถึงผลการแข่งขันที่ผ่านมา 7 เกมซึ่ง ทีมชาติไทย ยังไม่พบกับชัยชนะเลย ว่า

“เรามีเพียง 1 แต้มจากการเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย และยังคงเหลือเกมการแข่งขันอีก 3 เกม นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะบอกได้ว่าทีมชาติไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น” “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่รอรับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง และเป็นระบบเสียที โดยเฉพาะรัฐบาลควรจะเข้ามามีส่วนร่วมและให้การสนับสนุนกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจังและมากกว่าที่เป็นอยู่ใจปัจจุบัน” “ถ้าหากเราต้องการที่จะเห็นทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปยืนในระดับแนวหน้าของทวีปเอเซีย และไปถึงฝัน คือ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลายคนคงต้องรีบพิจารณาตัวเอง เลิกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง หันกลับมามองประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก” “ผมไม่คิดโทษใคร ไม่ต้องการซ้ำเติมใคร และต้องการให้กำลังใจกันในทุกโอกาส แม้จะพ่ายแพ้ในเกมการแข่งขัน”

“แต่เวลานี้ อาจถึงเวลาที่เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า มาถึงจุดที่ต้องร่วมกันเสียสละ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย เพื่อความฝันของคนไทยทั้งชาติจะได้เป็นจริงเสียที” “เพราะทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทั้งชาติ” “ส่วนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอน และทีมงานตลอดจนการเปลี่ยนแปลงนักเตะทีมชาติ นั้น ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับคุณเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เลย” “เพราะหลังจากจบการแข่งขันที่ไซตามะ ผมได้ลงไปพบและให้กำลังใจน้องๆ นักเตะในห้องพักนักกีฬา ส่วนกับคุณเกียรติศักดิ์ ซึ่งกำลังรีบไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเกมการแข่งขัน ถึงขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงอนาคตของทีมชาติไทยเลย คงจะต้องมีการหารือกันในเร็วๆ นี้”


  • 0

แฟนปืนสะดุ้ง!เบเยรินพร้อมลาทีม

สื่อดังอังกฤษชี้ เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาเลือดกระทิงดุ พร้อมชิ่ง อาร์เซน่อล หาก อาร์แซน เวนเกอร์ อำลาเก้าอี้กุนซือหลังจบซีซั่นนี้ แม้เจ้าตัวเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ “ไอ้ปืนใหญ่” ก็ตาม

เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาคนเก่งของ อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะพิจารณาเรื่องอนาคตของตัวเอง ถ้าหาก อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือเลือดน้ำหอม อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ดาวเตะความเร็วสูงชาวสแปนิชวัย 21 ปี เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แต่นั่นก็เพราะเขาได้รับการยืนยันว่า เวนเกอร์ จะได้อยู่คุมทีมต่อไปหลังจบฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ผลงานระยะหลังของ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่ค่อยสู้ดี จนทำให้มีกระแสข่าวมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่ เวนเกอร์ จะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อสัญญากับทีมหมดอายุลงช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่ง เดอะ การ์เดี้ยน ก็ชี้ว่า หาก กุนซือวัย 67 กะรัต อำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก็จะนำมาสู่การย้ายทีมของ เบเยริน ที่กำลังได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า ด้วย ทั้งนี้ บาร์ซ่า กำลังมองหาแบ็กขวาคนใหม่ หลังจากที่ ดานี่ อัลเวส ฟูลแบ็กชาวบราซิเลียน ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน โดยพวกเขาได้เล็ง เบเยริน ซึ่งเป็นเด็กเก่าของสโมสร เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ


  • 0

แฟร์นันดินโญ่ยันกุนแข้งสำคัญเรือใบสีฟ้าเสมอ

แฟร์นันดินโญ่ มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยัน เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกตัวเก่ง ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญของทีม ชี้ศักยภาพของนักเตะไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้น เพราะทุกๆ คนคงเห็นได้ชัดในเกมไล่ทุบ โมนาโก ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มสองตาแล้ว แฟร์นันดินโญ่ ห้องเครื่องแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยัน เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา เต็มไปด้วยศักยภาพชั้นยอด และเป็นผู้เล่นสำคัญของทีม แม้ช่วงที่ผ่านมานักเตะอาจจะหลุดจากตำแหน่งตัวจริง “เรือใบสีฟ้า” ก็ตาม

หัวหอกเลือดอาร์เจนไตน์ กลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญของ แมนฯ ซิตี้ นับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2011 อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ดูเหมือนว่าอนาคตของเขายังไม่แน่นอน เพราะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเลือดกระทิงดุ จะมีเขาอยู่ในแผนการทำทีมระยะยาวหรือไม่ เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเนื่องจาก “กุน” โดน กาเบรียล เชซุส กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติบราซิล เบียดแย่งตำแหน่ง อย่างไรก็ตามนักเตะดันมีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ เกวโร่ ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดย แฟร์นันดินโญ่ แสดงความเห็นว่า “อเกวโร่ เป็นนักเตะที่สำคัญมากๆ สำหรับเรา ประวัติศาสตร์ของเขากับสโมสรแห่งนี้บ่งบอกเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี”

“การย้ายมาของ กาเบรียล เชซุสและการที่เขายิงประตูได้ต่อเนื่องรวมทั้งช่วยเรื่องแอสซิสต์ ทำให้ อเกวโร่ ต้องเป็นตัวสำรองในช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครสงสัยเรื่องคุณภาพของ อเกวโร่ ในเกมที่พบ โมนาโก เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่ยิงประตูได้เท่านั้น แต่ยังสามารถแย่งบอล, วิ่งหาช่อง, ไล่กดดัน รวมทั้งช่วยทีมได้ด้วย” “สำหรับทีมที่ต้องการทะลุเข้ารองชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายของเรา เราจำเป็นต้องมีสปิริตแบบนี้ ไม่สำคัญว่าใครจะได้ลงเล่น เราจำเป็นที่จะทำตามเป้าหมายของเราให้ได้” กองกลางจอมแกร่งทีมชาติบราซิล กล่าวทิ้งท้าย


  • 0

‘กิเลนผยอง’ บุกรัง ‘มังกรไฟ’ ลุ้นทวงจ่าฝูงไทยลีก

ศึกฟุตบอลไทยลีก 2017 ในวันเสาร์ที่ 25 ก.พ.นี้ จะเป็นเกมนัดที่ 3 ของฤดูกาล โดย “บิ๊กแมตช์” เวลา 19.00 น. “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน หรือชื่อใหม่ โปลิศเทโร อันดับ 5 มี 4 แต้ม เปิดสนามบุณยะจินดา พบแชมป์เก่า “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อันดับ 3 มี 6 คะแนนเต็ม ถ่ายทอดสดทรู 4 ยู กับทรูสปอร์ต เอชดี 2 เจ้าถิ่นได้นักเตะจากเอสซีจี เมืองทองฯ มาหลายคน และมีถึง 3 คนที่ยืมตัวมา อย่างไรก็ตามข่าวดีคือจะสามารถส่งลงสนามได้หมด เนื่องจากไม่มีข้อห้ามในการส่งนักเตะสัญญายืมตัวลงสนามเจอต้นสังกัดของตัวเอง แต่เป็นเพียงข้อตกลงระหว่างสโมสร ซึ่ง “เสี่ยแมน” ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมเทโร ยืนยันว่าเกมนี้สามารถใช้งานนักเตะตัวหลักได้ครบทุกคน นำโดย ดัสกร ทองเหลา, มาริโอ อบรานเต, ไมเคิล เอ็นดี้ และจะได้คาลิฟา ซิสเซ พ้นโทษแบนกลับมา

ด้านเอสซีจี เมืองทองฯ เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลียเมื่อวันพุธ และวันอังคารที่ 28 ก.พ.นี้ ก็จะลงเล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม นัด 2 พบคาชิมา แอนท์เลอร์ส จากญี่ปุ่น ที่สนามศุภชลาศัย ดังนั้นเกมนี้อาจพักตัวหลักบางคน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะต้องส่งผู้เล่นอย่าง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, ซิสโก้ ฆิมิเนซ ลงสนามเป็นแกนหลักในแนวรุก ซึ่งเกมนี้หาก เมืองทองเก็บแต้มได้จะขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวทันที ส่วนคู่แรก ในเวลา 17.45 น. “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 มี 4 คะแนน เฝ้ารังไอ โมบาย สเตเดียม พบ “โลมามหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด อันดับ 11 มี 3 คะแนน ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 เจ้าบ้านมีลุ้นได้ตัวคูตินโญ ตัวรุกชาวบราซิลหายเจ็บกลับคืนสู่ทีม อย่างไรก็ตาม ยังมีดิโอโก ซานโต กับแจ็คสัน โคเอลโญ เป็นคู่กองหน้าทีเด็ดอยู่แล้ว ด้านพัทยา ยูไนเต็ด จะขาด ภูมินทร์ แก้วตา ที่บาดเจ็บพักยาว แต่จะได้สุประวีณ์ มีประทัง พ้นโทษแบน และตัวใหม่อย่างสุรเชษฐ์ งามทิพย์ ลงสนาม

เวลา 18.00 น. “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย รองบ๊วยของตาราง ยังไม่มีคะแนน เล่นที่สนามทะเลหลวง พบ “เดอะ พาวเวอร์” ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ อันดับ 14 มี 1 แต้ม ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 6 เจ้าบ้านแพ้รวดมา 2 นัด เกมนี้หากยังเก็บคะแนนไม่ได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือค่อนข้างสูง ดังนั้น สมชาย มากมูล เฮดโค้ชของทีมจะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน นำโดย 3 กองหน้า อัด–เมียร์ อโดรวิช ดิยุพ บีรัม และจอห์น บาจโจ ด้าน ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ มี แซดนีย์ โอริคุบ กับแอนโธนี โคเมนัม นำทีม คู่สุดท้ายเวลา 20.00 น. “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า อันดับ 10 มี 3 แต้ม เปิดสนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต พบ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี อันดับ 6 มี 4 คะแนน ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 กับทรูสปอร์ต เอชดี 3 เจ้าบ้านเสียหน้าในเกมที่แล้วพอสมควร เมื่อบุกแพ้น้องใหม่ ไทย ฮอนด้า 0-1 เกมนี้ต้องเน้นเป็นพิเศษ โดยต้องเช็กความฟิตของปกเกล้า อนันต์ กับมิก้า ชูนวลศรี ที่บาดเจ็บ หากผ่านความฟิตลงสนามได้จะทำให้จัดชุดใหญ่ได้ครบครัน ขณะที่ท่าเรือไร้ปัญหาในการจัดทัพ แนวรุกมีปกรณ์ เปรมภักดิ์ นำทีม และมี “เดอะแมน” ธนา ชะนะบุตร เป็นทีเด็ดบนม้านั่งสำรอง


  • 0

“เนวิน” มั่นใจยอดคนดู “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ปีที่ 3” ทะลุแสนคน

“บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เผย เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ปีที่ 3 ในประเทศไทยซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 10-12 มีนาคมนี้ จะคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าเดิม มั่นใจผู้ชมทั้งไทยและต่างประเทศทะลุแสนคน ชี้ “โมโตจีพี” ช่วยส่งเสริมประเทศทุกด้านทั้งสังคม, การท่องเที่ยว, เศรษฐกิจและกีฬา การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2017 มีคิวดวลความเร็วสนาม 2 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคมนี้ โดยนับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผย ว่า “อารมณ์ของแฟนๆในปีนี้จะมีส่วนร่วมและความสนใจมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพราะเริ่มมีความรู้และเข้าใจมอเตอร์สปอรตมากขึ้น ตอนนี้หากดูที่ความเร็วต่อรอบของรถแข่ง เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ กับ โมโตจีพี ใน 2 ปีที่ผ่านมา ก็จะแตกต่างกันเพียง 2-3 วินาที เท่านั้น” “โดยในปีนี้หลายๆ ทีมมีการพัฒนารถที่ดีขึ้น บวกกับกฎการรีเวิร์สกริดสตาร์ทในการแข่งขันเรซที่ 2 ของปีนี้ จะทำให้นักแข่งเร่งทำเวลาให้เร็วขึ้น เชื่อว่าสถิติเวลาและความเร็วในปีนี้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นกำไรของแฟนๆ ที่เข้าชมอย่างมาก” นอกจากนี้ นายเนวิน ยังกล่าวถึงโอกาสและผลประโยชน์ของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ว่า “ผมคิดว่าผมกับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทุกคนไม่มีปัญหา แต่เรื่องของมุมมองของบางคนที่ไม่เข้าใจว่าโลกของมอเตอร์สปอร์ต ว่ามันไม่ได้เป็นเพียงกีฬาเท่านั้น แต่โมโตจีพีที่กำลังจะเกิดขึ้นมันเป็นกิจกรรมกีฬาเพื่อสังคม กีฬาเพื่อเศรษฐกิจเพื่อสร่างรายได้”

“เพราะฉะนั้นต้องไปทำความเข้าใจและปรับทัศนคิตกันว่า วันนี้เราต้องการขายอะไร ประเทศเราต้องการขายการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา ดังนั้นการจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาก็ต้องมีอีเวนต์ และต้องเป็นเวิลด์อีเวนต์ที่มีฐานแฟนทั่วโลกจำนวนมหาศาล ถึงจะกระตุ้นเรื่องนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น เราต้องคิดว่าไม่ได้ขาย โมโตจีพี อย่างเดียวต้องขาย โมโตจีพี บวก การท่องเที่ยวของไทย” ขณะเดียวกันเพื่อเป็นเป็นการปูทางสู่ โมโตจีพี นายเนวิน ได้กล่าวถึงจำนวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่จะเข้าชมการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ว่า “สำหรับ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ปีนี้ยังไงก็ต้องถึงแสน ผมคิดว่าพี่ๆ น้องๆ ที่ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตต้องไปแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นว่าแค่ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ยังมีผู้ชมเกินแสนนาดนี้ เมื่อจัด โมโตจีพี จะมีผู้ชมทะลักขนาดไหน บวกกับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติด้วย เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมหาศาล”


  • 0

สุดแกร่ง หญิงป่วยมะเร็งสมองไม่ท้อ-ขอส่งต่อความหวัง ในทุกก้าวของการวิ่งมาราธอน

ที่สุดของความแข็งแกร่ง หญิงป่วยมะเร็งสมอง ขอท้าทายตัวเองด้วยการร่วมวิ่งมาราธอน 7 วัน ใน 7 ทวีป ขอส่งต่อความหวังและกำลังใจ และระดมเงินทุนหนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง

ในขณะที่ใครหลายคนสูญเสียกำลังใจ รู้สึกสิ้นหวังอาลัยในชีวิตเมื่อได้ทราบว่าตัวเองกำลังถูกโรคร้ายบั่นทอนร่างกายทีละน้อย แต่สำหรับ เบ็ธแอนน์ เทลฟอร์ด หญิงชาวอเมริกันวัย 47 ปี ซึ่งกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองอยู่นั้น เธอกลับขอลุกขึ้นมอบความหวังแก่ตัวเองและคนอื่น ๆ แทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไป

สำหรับเรื่องราวของเธอได้รับการเปิดเผยผ่าน เว็บไซต์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 ภายหลังจากที่เบ็ธแอนน์ตัดสินใจที่จะขอเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าร่วมงานแข่งวิ่งมาราธอน 2017 World Marathon Challenge ขอเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน 33 ราย จาก 13 ประเทศทั่วโลก เพื่อออกพิชิตเส้นทาง 23,600 ไมล์ ใน 7 ทวีป กับระยะเวลา 7 วัน

เบ็ธแอนน์ เผยว่า เธอรู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งสมองตั้งแต่ปี 2548 แม้ว่าเธอจะเคยทำเคมีบำบัดและผ่าตัดสมองมาหลายครั้ง แต่เซลล์มะเร็งในร่างกายของเธอก็ยังคงอยู่ และส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เธอไม่สามารถขับรถได้เพราะตาซ้ายมองไม่เห็น อีกทั้งโรคร้ายยังส่งผลกระทบต่อกระเพาะปัสสาวะของเธอ ทำให้เธอต้องผ่าตัดและมีถุงปัสสาวะเล็ก ๆ ซึ่งต้องคอยดูแลเป็นพิเศษและรักษาความสะอาดระหว่างการแข่งขันครั้งนี้

ทั้งนี้เบ็ธแอนน์ได้เริ่มวิ่งมาราธอนมาตั้งแต่ 15 ปีก่อน และภายหลังจากที่ป่วยเธอก็ยังคงวิ่งมาราธอนเพื่อระดมเงินทุนมาสนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็งในเด็ก และบริจาคเงินแก่องค์กรไม่แสวงหากำไรที่วิจัยเรื่องโรคมะเร็งสมองในสหรัฐฯ การลงทุนแก่เด็ก ๆ นับเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเธอ เพราะนับตั้งแต่ที่เธอรู้ตัวว่าไม่สามารถมีลูกได้ เธอก็ได้ช่วยรับเลี้ยงเด็ก ๆ จำนวนมาก รวมทั้งพยายามดูแลและมอบความหวังแก่ครอบครัวของเด็กผู้ป่วยมะเร็งอีกหลายร้อยคน

ระหว่างที่วิ่ง เธอมักจะนำภาพของเด็ก ๆ ติดไว้ที่เข็มขัด และสวมรองเท้าที่เด็ก ๆ เป็นผู้ตกแต่งให้ เพราะยามใดก็ตามที่มองลงไป เธอจะรู้ได้ว่าเด็ก ๆ อยู่กับเธอ และช่วยให้สามารถผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2548 เธอระดมเงินมาสนับสนุนงานวิจัยได้แล้วไม่ต่ำกว่า 835,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 29 ล้านบาท) แต่หวังว่าการวิ่งมาราธอนในครั้งนี้ จะทำให้ยอดเงินดังกล่าวทะลุหลักล้านได้

แม้เธอจะรู้ตัวดีว่าคงไม่ใช่คนแรกที่เข้าเส้นชัย แต่สำหรับเธอแล้ว การได้ร่วมวิ่งนั้นยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ และนอกจากการระดมเงินแล้ว เธอยังต้องการให้เรื่องของเธอเป็นสื่อกระจาย “ความหวัง” อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคน ขณะที่แม้การวิ่งจะดูเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเธอในสายตาคนอื่น แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอคือเวลา คือการที่ต้องบอกพ่อแม่ว่าลูกสาวของเขาป่วยเป็นมะเร็งสมอง และไม่มีอะไรเทียบได้กับการผ่านพ้นการทำเคมีบำบัด การผ่าตัดสมอง และแม้แต่ความตาย เธอรู้ตัวว่าเธอสามารถทำมันได้ และมันก็เป็นเพียงอีกก้าวที่เธอนำคนอื่นไปเท่านั้น

สำหรับการแข่งขันมาราธอนในระยะเวลา 7 วัน กับเส้นทางใน 7 ทวีปของเบ็ธแอนน์ จะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 มกราคมนี้ โดยเริ่มจาก Union Glacier ในทวีปแอนตาร์กติกา และจะวิ่งผ่านประเทศต่าง ๆ เช่น ชิลี สหรัฐฯ สเปน โมร็อกโก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย


  • 1

เบาหวานกับโรคซึมเศร้า

“โรคเบาหวาน” เป็นโรคยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันมาก สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย และมีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี

โดยในปี พ.ศ. 2558 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เป็นโรคเบาหวาน 4,025,100 ราย มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคเบาหวานประมาณ 12,000 บาทต่อปี และมีผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากเบาหวานปีละเกือบ 76,000 คน (ที่มา : สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation – IDF))

รู้จักโรคเบาหวาน

“โรคเบาหวาน” เกิดจากการทำงานของ “ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)” ของร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้ อินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่างๆ เพื่อไปใช้เป็นพลังงาน ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เสื่อม

เบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอ เนื่องจากเบตาเซลล์ (beta cells) ของตับอ่อนถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ป่วยจึงต้องได้รับอินซูลินด้วยการฉีดหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน

2. เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เป็นเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ตับอ่อนยังสามารถสร้างอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผู้ป่วยต้องควบคุมอาหาร ใช้ยาชนิดกินหรือใช้อินซูลินชนิดฉีด

โรคเบาหวานเกิดจากกรรมพันธุ์และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมและไม่ออกกำลังกาย

เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้ว อาจทำให้ร่างกายเป็นโรคอื่นๆ ตามมาอีกด้วยอย่าง “โรคซึมเศร้า” ซึ่งคนที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้ถึง 25% ขณะเดียวกัน คนที่เป็นโรคซึมเศร้าไปนานๆ ก็อาจมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน 25-30% เช่นกัน

เบาหวาน และซึมเศร้า

ความซึมเศร้ามีอยู่ในตัวเราทุกคน สามารถเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องกินยาไปตลอดชีวิต การปรับตัวต่อการรับรู้ข่าวร้าย การดูแลตัวเองตอนป่วย รวมถึงความกังวลใจในการดูแลคนในครอบครัว สาเหตุดังกล่าวข้างต้นทำให้ผู้ป่วยเบาหวานป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ในทางตรงกันข้าม คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ก็มีผลต่อโรคเบาหวาน เพราะมีสารที่ทำให้อินซูลินผิดปกติ คนไข้มีความเครียด ดูแลตัวเองได้น้อยลง เมื่อความเครียดหลั่งออกมาจะไปทำลายสมอง วนกับความคิดเดิมๆ ของตัวเอง ส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานได้มากขึ้น

การเป็นเบาหวานแล้วมาเป็นโรคซึมเศร้า หรือเป็นโรคซึมเศร้าแล้วตามด้วยเบาหวาน คือ การเกิดโรคร่วม ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนๆ นั้น ทำให้ความสามารถในการดูแลตัวเองด้านต่างๆ น้อยลง

เช็กสักหน่อย ซึมเศร้าหรือไม่ ?

หากสงสัยว่าผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการของโรคซึมเศร้าร่วมด้วย แพทย์จะเช็กด้วยคำถาม 2 คำถาม คือ

1. สัปดาห์ที่ผ่านมามีอารมณ์เศร้าไหม

2. สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการเบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไรไหม

ถ้าคนไข้ไม่มีอาการทั้ง 2 คำถาม แสดงว่าไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แต่ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้อ ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ดี พบว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุ แต่อาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุมีลักษณะที่แตกต่างจากผู้ป่วยซึมเศร้าทั่วไป กล่าวคือ ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่อหน่ายเป็นอาการเด่น สนใจเรื่องต่างๆ น้อยลง ห่วงเรื่องทางกายมากขึ้น กังวลว่าตัวเองจะเป็นอันตราย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลานแต่ไม่ถึงกับจะทำร้ายตัวเอง เป็นต้น ดังนั้นถ้าผู้สูงอายุมีอาการดังที่กล่าวมา ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและดูแลรักษาต่อไป

แนวทางการรักษา

หากพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีอาการของโรคซึมเศร้าร่วมด้วย แพทย์จะให้ยารับประทาน โดยเป็นยาที่ไปปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุลขึ้น เพราะโรคซึมเศร้าถึงแม้จะมีจุดเริ่มต้นที่ความเครียด หรือความคิดในแง่ลบ พบว่าต่อมาจะมีผลต่อสารสื่อประสาทในสมองให้เสียสมดุลได้ และมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีแนวโน้มจะมีสารเหล่านี้บกพร่องได้ง่ายอยู่แล้ว โดยไม่ได้สัมพันธ์กับความเครียดโดยตรง การได้รับยาจึงช่วยลดอาการซึมเศร้าได้

นอกจากยาแล้ว การเข้าใจตนเอง รู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจ เรียนรู้ที่จะอยู่กับโรค หรือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ร่วมกับการผ่อนคลายจิตใจ เช่น การใช้ดนตรีบำบัด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยคลายความเครียด และทำให้ร่างกายแข็งแรง

หากทำได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น แม้ว่าจะมีโรคซึมเศร้าแทรกเข้ามาในผู้ป่วยเบาหวาน หรือคนที่เป็นซึมเศร้าแล้วเป็นโรคเบาหวาน ก็จะสามารถเอาชนะโรคร้าย และอยู่ร่วมกับมันได้อย่างมีความสุข


เรื่องล่าสุด