• 0

แฟนปืนสะดุ้ง!เบเยรินพร้อมลาทีม

สื่อดังอังกฤษชี้ เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาเลือดกระทิงดุ พร้อมชิ่ง อาร์เซน่อล หาก อาร์แซน เวนเกอร์ อำลาเก้าอี้กุนซือหลังจบซีซั่นนี้ แม้เจ้าตัวเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ “ไอ้ปืนใหญ่” ก็ตาม

เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาคนเก่งของ อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะพิจารณาเรื่องอนาคตของตัวเอง ถ้าหาก อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือเลือดน้ำหอม อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ดาวเตะความเร็วสูงชาวสแปนิชวัย 21 ปี เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แต่นั่นก็เพราะเขาได้รับการยืนยันว่า เวนเกอร์ จะได้อยู่คุมทีมต่อไปหลังจบฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ผลงานระยะหลังของ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่ค่อยสู้ดี จนทำให้มีกระแสข่าวมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่ เวนเกอร์ จะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อสัญญากับทีมหมดอายุลงช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่ง เดอะ การ์เดี้ยน ก็ชี้ว่า หาก กุนซือวัย 67 กะรัต อำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก็จะนำมาสู่การย้ายทีมของ เบเยริน ที่กำลังได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า ด้วย ทั้งนี้ บาร์ซ่า กำลังมองหาแบ็กขวาคนใหม่ หลังจากที่ ดานี่ อัลเวส ฟูลแบ็กชาวบราซิเลียน ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน โดยพวกเขาได้เล็ง เบเยริน ซึ่งเป็นเด็กเก่าของสโมสร เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ


  • 0

แฟร์นันดินโญ่ยันกุนแข้งสำคัญเรือใบสีฟ้าเสมอ

แฟร์นันดินโญ่ มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยัน เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกตัวเก่ง ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญของทีม ชี้ศักยภาพของนักเตะไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้น เพราะทุกๆ คนคงเห็นได้ชัดในเกมไล่ทุบ โมนาโก ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มสองตาแล้ว แฟร์นันดินโญ่ ห้องเครื่องแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยัน เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา เต็มไปด้วยศักยภาพชั้นยอด และเป็นผู้เล่นสำคัญของทีม แม้ช่วงที่ผ่านมานักเตะอาจจะหลุดจากตำแหน่งตัวจริง “เรือใบสีฟ้า” ก็ตาม

หัวหอกเลือดอาร์เจนไตน์ กลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญของ แมนฯ ซิตี้ นับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2011 อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ดูเหมือนว่าอนาคตของเขายังไม่แน่นอน เพราะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเลือดกระทิงดุ จะมีเขาอยู่ในแผนการทำทีมระยะยาวหรือไม่ เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเนื่องจาก “กุน” โดน กาเบรียล เชซุส กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติบราซิล เบียดแย่งตำแหน่ง อย่างไรก็ตามนักเตะดันมีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ เกวโร่ ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดย แฟร์นันดินโญ่ แสดงความเห็นว่า “อเกวโร่ เป็นนักเตะที่สำคัญมากๆ สำหรับเรา ประวัติศาสตร์ของเขากับสโมสรแห่งนี้บ่งบอกเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี”

“การย้ายมาของ กาเบรียล เชซุสและการที่เขายิงประตูได้ต่อเนื่องรวมทั้งช่วยเรื่องแอสซิสต์ ทำให้ อเกวโร่ ต้องเป็นตัวสำรองในช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครสงสัยเรื่องคุณภาพของ อเกวโร่ ในเกมที่พบ โมนาโก เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่ยิงประตูได้เท่านั้น แต่ยังสามารถแย่งบอล, วิ่งหาช่อง, ไล่กดดัน รวมทั้งช่วยทีมได้ด้วย” “สำหรับทีมที่ต้องการทะลุเข้ารองชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายของเรา เราจำเป็นต้องมีสปิริตแบบนี้ ไม่สำคัญว่าใครจะได้ลงเล่น เราจำเป็นที่จะทำตามเป้าหมายของเราให้ได้” กองกลางจอมแกร่งทีมชาติบราซิล กล่าวทิ้งท้าย


  • 0

‘กิเลนผยอง’ บุกรัง ‘มังกรไฟ’ ลุ้นทวงจ่าฝูงไทยลีก

ศึกฟุตบอลไทยลีก 2017 ในวันเสาร์ที่ 25 ก.พ.นี้ จะเป็นเกมนัดที่ 3 ของฤดูกาล โดย “บิ๊กแมตช์” เวลา 19.00 น. “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน หรือชื่อใหม่ โปลิศเทโร อันดับ 5 มี 4 แต้ม เปิดสนามบุณยะจินดา พบแชมป์เก่า “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อันดับ 3 มี 6 คะแนนเต็ม ถ่ายทอดสดทรู 4 ยู กับทรูสปอร์ต เอชดี 2 เจ้าถิ่นได้นักเตะจากเอสซีจี เมืองทองฯ มาหลายคน และมีถึง 3 คนที่ยืมตัวมา อย่างไรก็ตามข่าวดีคือจะสามารถส่งลงสนามได้หมด เนื่องจากไม่มีข้อห้ามในการส่งนักเตะสัญญายืมตัวลงสนามเจอต้นสังกัดของตัวเอง แต่เป็นเพียงข้อตกลงระหว่างสโมสร ซึ่ง “เสี่ยแมน” ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมเทโร ยืนยันว่าเกมนี้สามารถใช้งานนักเตะตัวหลักได้ครบทุกคน นำโดย ดัสกร ทองเหลา, มาริโอ อบรานเต, ไมเคิล เอ็นดี้ และจะได้คาลิฟา ซิสเซ พ้นโทษแบนกลับมา

ด้านเอสซีจี เมืองทองฯ เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลียเมื่อวันพุธ และวันอังคารที่ 28 ก.พ.นี้ ก็จะลงเล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม นัด 2 พบคาชิมา แอนท์เลอร์ส จากญี่ปุ่น ที่สนามศุภชลาศัย ดังนั้นเกมนี้อาจพักตัวหลักบางคน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะต้องส่งผู้เล่นอย่าง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, ซิสโก้ ฆิมิเนซ ลงสนามเป็นแกนหลักในแนวรุก ซึ่งเกมนี้หาก เมืองทองเก็บแต้มได้จะขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวทันที ส่วนคู่แรก ในเวลา 17.45 น. “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 มี 4 คะแนน เฝ้ารังไอ โมบาย สเตเดียม พบ “โลมามหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด อันดับ 11 มี 3 คะแนน ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 เจ้าบ้านมีลุ้นได้ตัวคูตินโญ ตัวรุกชาวบราซิลหายเจ็บกลับคืนสู่ทีม อย่างไรก็ตาม ยังมีดิโอโก ซานโต กับแจ็คสัน โคเอลโญ เป็นคู่กองหน้าทีเด็ดอยู่แล้ว ด้านพัทยา ยูไนเต็ด จะขาด ภูมินทร์ แก้วตา ที่บาดเจ็บพักยาว แต่จะได้สุประวีณ์ มีประทัง พ้นโทษแบน และตัวใหม่อย่างสุรเชษฐ์ งามทิพย์ ลงสนาม

เวลา 18.00 น. “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย รองบ๊วยของตาราง ยังไม่มีคะแนน เล่นที่สนามทะเลหลวง พบ “เดอะ พาวเวอร์” ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ อันดับ 14 มี 1 แต้ม ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 6 เจ้าบ้านแพ้รวดมา 2 นัด เกมนี้หากยังเก็บคะแนนไม่ได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือค่อนข้างสูง ดังนั้น สมชาย มากมูล เฮดโค้ชของทีมจะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน นำโดย 3 กองหน้า อัด–เมียร์ อโดรวิช ดิยุพ บีรัม และจอห์น บาจโจ ด้าน ซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ มี แซดนีย์ โอริคุบ กับแอนโธนี โคเมนัม นำทีม คู่สุดท้ายเวลา 20.00 น. “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า อันดับ 10 มี 3 แต้ม เปิดสนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต พบ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี อันดับ 6 มี 4 คะแนน ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 2 กับทรูสปอร์ต เอชดี 3 เจ้าบ้านเสียหน้าในเกมที่แล้วพอสมควร เมื่อบุกแพ้น้องใหม่ ไทย ฮอนด้า 0-1 เกมนี้ต้องเน้นเป็นพิเศษ โดยต้องเช็กความฟิตของปกเกล้า อนันต์ กับมิก้า ชูนวลศรี ที่บาดเจ็บ หากผ่านความฟิตลงสนามได้จะทำให้จัดชุดใหญ่ได้ครบครัน ขณะที่ท่าเรือไร้ปัญหาในการจัดทัพ แนวรุกมีปกรณ์ เปรมภักดิ์ นำทีม และมี “เดอะแมน” ธนา ชะนะบุตร เป็นทีเด็ดบนม้านั่งสำรอง


  • 0

“เนวิน” มั่นใจยอดคนดู “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ปีที่ 3” ทะลุแสนคน

“บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เผย เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ปีที่ 3 ในประเทศไทยซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 10-12 มีนาคมนี้ จะคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าเดิม มั่นใจผู้ชมทั้งไทยและต่างประเทศทะลุแสนคน ชี้ “โมโตจีพี” ช่วยส่งเสริมประเทศทุกด้านทั้งสังคม, การท่องเที่ยว, เศรษฐกิจและกีฬา การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2017 มีคิวดวลความเร็วสนาม 2 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคมนี้ โดยนับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผย ว่า “อารมณ์ของแฟนๆในปีนี้จะมีส่วนร่วมและความสนใจมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพราะเริ่มมีความรู้และเข้าใจมอเตอร์สปอรตมากขึ้น ตอนนี้หากดูที่ความเร็วต่อรอบของรถแข่ง เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ กับ โมโตจีพี ใน 2 ปีที่ผ่านมา ก็จะแตกต่างกันเพียง 2-3 วินาที เท่านั้น” “โดยในปีนี้หลายๆ ทีมมีการพัฒนารถที่ดีขึ้น บวกกับกฎการรีเวิร์สกริดสตาร์ทในการแข่งขันเรซที่ 2 ของปีนี้ จะทำให้นักแข่งเร่งทำเวลาให้เร็วขึ้น เชื่อว่าสถิติเวลาและความเร็วในปีนี้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นกำไรของแฟนๆ ที่เข้าชมอย่างมาก” นอกจากนี้ นายเนวิน ยังกล่าวถึงโอกาสและผลประโยชน์ของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ว่า “ผมคิดว่าผมกับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทุกคนไม่มีปัญหา แต่เรื่องของมุมมองของบางคนที่ไม่เข้าใจว่าโลกของมอเตอร์สปอร์ต ว่ามันไม่ได้เป็นเพียงกีฬาเท่านั้น แต่โมโตจีพีที่กำลังจะเกิดขึ้นมันเป็นกิจกรรมกีฬาเพื่อสังคม กีฬาเพื่อเศรษฐกิจเพื่อสร่างรายได้”

“เพราะฉะนั้นต้องไปทำความเข้าใจและปรับทัศนคิตกันว่า วันนี้เราต้องการขายอะไร ประเทศเราต้องการขายการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา ดังนั้นการจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาก็ต้องมีอีเวนต์ และต้องเป็นเวิลด์อีเวนต์ที่มีฐานแฟนทั่วโลกจำนวนมหาศาล ถึงจะกระตุ้นเรื่องนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น เราต้องคิดว่าไม่ได้ขาย โมโตจีพี อย่างเดียวต้องขาย โมโตจีพี บวก การท่องเที่ยวของไทย” ขณะเดียวกันเพื่อเป็นเป็นการปูทางสู่ โมโตจีพี นายเนวิน ได้กล่าวถึงจำนวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่จะเข้าชมการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ว่า “สำหรับ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ปีนี้ยังไงก็ต้องถึงแสน ผมคิดว่าพี่ๆ น้องๆ ที่ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตต้องไปแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นว่าแค่ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ยังมีผู้ชมเกินแสนนาดนี้ เมื่อจัด โมโตจีพี จะมีผู้ชมทะลักขนาดไหน บวกกับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติด้วย เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมหาศาล”


  • 0

สุดแกร่ง หญิงป่วยมะเร็งสมองไม่ท้อ-ขอส่งต่อความหวัง ในทุกก้าวของการวิ่งมาราธอน

ที่สุดของความแข็งแกร่ง หญิงป่วยมะเร็งสมอง ขอท้าทายตัวเองด้วยการร่วมวิ่งมาราธอน 7 วัน ใน 7 ทวีป ขอส่งต่อความหวังและกำลังใจ และระดมเงินทุนหนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง

ในขณะที่ใครหลายคนสูญเสียกำลังใจ รู้สึกสิ้นหวังอาลัยในชีวิตเมื่อได้ทราบว่าตัวเองกำลังถูกโรคร้ายบั่นทอนร่างกายทีละน้อย แต่สำหรับ เบ็ธแอนน์ เทลฟอร์ด หญิงชาวอเมริกันวัย 47 ปี ซึ่งกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองอยู่นั้น เธอกลับขอลุกขึ้นมอบความหวังแก่ตัวเองและคนอื่น ๆ แทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไป

สำหรับเรื่องราวของเธอได้รับการเปิดเผยผ่าน เว็บไซต์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 ภายหลังจากที่เบ็ธแอนน์ตัดสินใจที่จะขอเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าร่วมงานแข่งวิ่งมาราธอน 2017 World Marathon Challenge ขอเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน 33 ราย จาก 13 ประเทศทั่วโลก เพื่อออกพิชิตเส้นทาง 23,600 ไมล์ ใน 7 ทวีป กับระยะเวลา 7 วัน

เบ็ธแอนน์ เผยว่า เธอรู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งสมองตั้งแต่ปี 2548 แม้ว่าเธอจะเคยทำเคมีบำบัดและผ่าตัดสมองมาหลายครั้ง แต่เซลล์มะเร็งในร่างกายของเธอก็ยังคงอยู่ และส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เธอไม่สามารถขับรถได้เพราะตาซ้ายมองไม่เห็น อีกทั้งโรคร้ายยังส่งผลกระทบต่อกระเพาะปัสสาวะของเธอ ทำให้เธอต้องผ่าตัดและมีถุงปัสสาวะเล็ก ๆ ซึ่งต้องคอยดูแลเป็นพิเศษและรักษาความสะอาดระหว่างการแข่งขันครั้งนี้

ทั้งนี้เบ็ธแอนน์ได้เริ่มวิ่งมาราธอนมาตั้งแต่ 15 ปีก่อน และภายหลังจากที่ป่วยเธอก็ยังคงวิ่งมาราธอนเพื่อระดมเงินทุนมาสนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็งในเด็ก และบริจาคเงินแก่องค์กรไม่แสวงหากำไรที่วิจัยเรื่องโรคมะเร็งสมองในสหรัฐฯ การลงทุนแก่เด็ก ๆ นับเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเธอ เพราะนับตั้งแต่ที่เธอรู้ตัวว่าไม่สามารถมีลูกได้ เธอก็ได้ช่วยรับเลี้ยงเด็ก ๆ จำนวนมาก รวมทั้งพยายามดูแลและมอบความหวังแก่ครอบครัวของเด็กผู้ป่วยมะเร็งอีกหลายร้อยคน

ระหว่างที่วิ่ง เธอมักจะนำภาพของเด็ก ๆ ติดไว้ที่เข็มขัด และสวมรองเท้าที่เด็ก ๆ เป็นผู้ตกแต่งให้ เพราะยามใดก็ตามที่มองลงไป เธอจะรู้ได้ว่าเด็ก ๆ อยู่กับเธอ และช่วยให้สามารถผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2548 เธอระดมเงินมาสนับสนุนงานวิจัยได้แล้วไม่ต่ำกว่า 835,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 29 ล้านบาท) แต่หวังว่าการวิ่งมาราธอนในครั้งนี้ จะทำให้ยอดเงินดังกล่าวทะลุหลักล้านได้

แม้เธอจะรู้ตัวดีว่าคงไม่ใช่คนแรกที่เข้าเส้นชัย แต่สำหรับเธอแล้ว การได้ร่วมวิ่งนั้นยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ และนอกจากการระดมเงินแล้ว เธอยังต้องการให้เรื่องของเธอเป็นสื่อกระจาย “ความหวัง” อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคน ขณะที่แม้การวิ่งจะดูเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเธอในสายตาคนอื่น แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอคือเวลา คือการที่ต้องบอกพ่อแม่ว่าลูกสาวของเขาป่วยเป็นมะเร็งสมอง และไม่มีอะไรเทียบได้กับการผ่านพ้นการทำเคมีบำบัด การผ่าตัดสมอง และแม้แต่ความตาย เธอรู้ตัวว่าเธอสามารถทำมันได้ และมันก็เป็นเพียงอีกก้าวที่เธอนำคนอื่นไปเท่านั้น

สำหรับการแข่งขันมาราธอนในระยะเวลา 7 วัน กับเส้นทางใน 7 ทวีปของเบ็ธแอนน์ จะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 มกราคมนี้ โดยเริ่มจาก Union Glacier ในทวีปแอนตาร์กติกา และจะวิ่งผ่านประเทศต่าง ๆ เช่น ชิลี สหรัฐฯ สเปน โมร็อกโก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย


  • 1

เบาหวานกับโรคซึมเศร้า

“โรคเบาหวาน” เป็นโรคยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันมาก สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย และมีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี

โดยในปี พ.ศ. 2558 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เป็นโรคเบาหวาน 4,025,100 ราย มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคเบาหวานประมาณ 12,000 บาทต่อปี และมีผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากเบาหวานปีละเกือบ 76,000 คน (ที่มา : สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation – IDF))

รู้จักโรคเบาหวาน

“โรคเบาหวาน” เกิดจากการทำงานของ “ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)” ของร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้ อินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่างๆ เพื่อไปใช้เป็นพลังงาน ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เสื่อม

เบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอ เนื่องจากเบตาเซลล์ (beta cells) ของตับอ่อนถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ป่วยจึงต้องได้รับอินซูลินด้วยการฉีดหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน

2. เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เป็นเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ตับอ่อนยังสามารถสร้างอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผู้ป่วยต้องควบคุมอาหาร ใช้ยาชนิดกินหรือใช้อินซูลินชนิดฉีด

โรคเบาหวานเกิดจากกรรมพันธุ์และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมและไม่ออกกำลังกาย

เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้ว อาจทำให้ร่างกายเป็นโรคอื่นๆ ตามมาอีกด้วยอย่าง “โรคซึมเศร้า” ซึ่งคนที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้ถึง 25% ขณะเดียวกัน คนที่เป็นโรคซึมเศร้าไปนานๆ ก็อาจมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน 25-30% เช่นกัน

เบาหวาน และซึมเศร้า

ความซึมเศร้ามีอยู่ในตัวเราทุกคน สามารถเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องกินยาไปตลอดชีวิต การปรับตัวต่อการรับรู้ข่าวร้าย การดูแลตัวเองตอนป่วย รวมถึงความกังวลใจในการดูแลคนในครอบครัว สาเหตุดังกล่าวข้างต้นทำให้ผู้ป่วยเบาหวานป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ในทางตรงกันข้าม คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ก็มีผลต่อโรคเบาหวาน เพราะมีสารที่ทำให้อินซูลินผิดปกติ คนไข้มีความเครียด ดูแลตัวเองได้น้อยลง เมื่อความเครียดหลั่งออกมาจะไปทำลายสมอง วนกับความคิดเดิมๆ ของตัวเอง ส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานได้มากขึ้น

การเป็นเบาหวานแล้วมาเป็นโรคซึมเศร้า หรือเป็นโรคซึมเศร้าแล้วตามด้วยเบาหวาน คือ การเกิดโรคร่วม ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนๆ นั้น ทำให้ความสามารถในการดูแลตัวเองด้านต่างๆ น้อยลง

เช็กสักหน่อย ซึมเศร้าหรือไม่ ?

หากสงสัยว่าผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการของโรคซึมเศร้าร่วมด้วย แพทย์จะเช็กด้วยคำถาม 2 คำถาม คือ

1. สัปดาห์ที่ผ่านมามีอารมณ์เศร้าไหม

2. สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการเบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไรไหม

ถ้าคนไข้ไม่มีอาการทั้ง 2 คำถาม แสดงว่าไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แต่ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้อ ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ดี พบว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุ แต่อาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุมีลักษณะที่แตกต่างจากผู้ป่วยซึมเศร้าทั่วไป กล่าวคือ ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่อหน่ายเป็นอาการเด่น สนใจเรื่องต่างๆ น้อยลง ห่วงเรื่องทางกายมากขึ้น กังวลว่าตัวเองจะเป็นอันตราย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลานแต่ไม่ถึงกับจะทำร้ายตัวเอง เป็นต้น ดังนั้นถ้าผู้สูงอายุมีอาการดังที่กล่าวมา ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและดูแลรักษาต่อไป

แนวทางการรักษา

หากพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีอาการของโรคซึมเศร้าร่วมด้วย แพทย์จะให้ยารับประทาน โดยเป็นยาที่ไปปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุลขึ้น เพราะโรคซึมเศร้าถึงแม้จะมีจุดเริ่มต้นที่ความเครียด หรือความคิดในแง่ลบ พบว่าต่อมาจะมีผลต่อสารสื่อประสาทในสมองให้เสียสมดุลได้ และมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีแนวโน้มจะมีสารเหล่านี้บกพร่องได้ง่ายอยู่แล้ว โดยไม่ได้สัมพันธ์กับความเครียดโดยตรง การได้รับยาจึงช่วยลดอาการซึมเศร้าได้

นอกจากยาแล้ว การเข้าใจตนเอง รู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจ เรียนรู้ที่จะอยู่กับโรค หรือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ร่วมกับการผ่อนคลายจิตใจ เช่น การใช้ดนตรีบำบัด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยคลายความเครียด และทำให้ร่างกายแข็งแรง

หากทำได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น แม้ว่าจะมีโรคซึมเศร้าแทรกเข้ามาในผู้ป่วยเบาหวาน หรือคนที่เป็นซึมเศร้าแล้วเป็นโรคเบาหวาน ก็จะสามารถเอาชนะโรคร้าย และอยู่ร่วมกับมันได้อย่างมีความสุข


  • 0

ญี่ปุ่นทำเก๋ ! สร้างผลงานศิลปะแสนน่ารักหลากสีสันจากกองใบไม้บนพื้นดิน

ชื่นชมกับไอเดียผลงานศิลปะสุดอาร์ตของชาวญี่ปุ่นกับการเรียงใบไม้หลากสีเป็นรูปต่าง ๆ ที่น่าประทับใจบนพื้นถนนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฤดูใบไม้ร่วงนั้นนับว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนจะอบอุ่นและสวยงาม ต้นไม้น้อยใหญ่ตามสวนสาธารณะ หรือริมทางเดินต่างก็พร้อมใจแข่งกันอวดสีสันของใบไม้ที่สดใส อันเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วสารทิศได้เดินทางมาชื่นชมกับความงดงาม

ขณะเดียวกันการมาเยือนของฤดูใบไม้ร่วงที่ไม่ได้มีแต่ความงามหรือบรรยากาศดี ๆ ที่ใครหลายคนเฝ้ารอเพียงเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาและดูเหมือนว่าจะไม่เป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่เท่าใดนัก ก็คือใบไม้จำนวนมากมายที่ร่วงหล่นสู่พื้นและรอวันเหี่ยวเฉาตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลนั่นเอง เรียกได้ว่าสร้างความหงุดหงิดแก่ผู้ที่มีหน้าที่ต้องคอยเก็บกวาดพวกมันไม่ใช่น้อย

อย่างไรก็ตามปัญหาความหงุดหงิดเหล่านั้นกลับไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้กับชาวญี่ปุ่นเลย ตรงกันข้ามพวกเขารู้สึกยินดีและพร้อมต้อนรับต่อการมาของกองใบไม้ที่ร่วงหล่นเหล่านี้ผ่านผลงานศิลปะอันแสนงดงาม

ซึ่งเว็บไซต์ rocketnews24 ได้พาไปชมผลงานศิลปะใบไม้ร่วงสุดครีเอทเหล่านั้น ที่รู้จักกันในชื่อของ “Ochiba art” หรือ “Fallen leaf art” โดยเป็นการนำใบไม้ที่ร่วงหล่นอันหลากหลายทั้งสีและขนาด มาเรียงให้เกิดเป็นภาพตัวการ์ตูนแสนน่ารัก เช่น มิกกี้เม้าส์ หมีพูห์ คิตตี้ โปเกมอน รวมถึงภาพอันแสนป๊อปปูล่าร์อย่าง “รูปหัวใจ” เพื่อใช้สื่อถึงความรักในรูปแบบการจัดเรียงของใบไม้ที่ต่างกันออกไป เรียกได้ว่าถ้าเห็นแล้วจะต้องอดทึ่งในจินตนาการของคนทำเสียไม่ได้

และเราเองก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมภาพถ่ายผลงาน “Ochiba art” ส่วนหนึ่งจากไอจีซึ่งตอนนี้ได้กลายมาเป็นเทรนด์ประชันไอเดียสุดเก๋บนโลกโซเชียลให้พวกคุณได้ชื่นชมกับสุดยอดผลงานจากกองใบไม้เหล่านี้ว่าจะสวยงามและน่ารักขนาดไหน


  • 0

ครบรอบ 10 ปี iPhone สมาร์ทโฟนเปลี่ยนโลก จากวันนั้นสู่วันนี้

ครบรอบ 10 ปี iPhone สมาร์ทโฟนเปลี่ยนโลก กับการเปลี่ยนแปลงจากวันนั้นสู่วันนี้ iPhone สมาร์ทโฟนที่มียอดขายได้มากกว่า 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก

ย้อนกลับไปวันนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว (วันที่ 9 มกราคม 2007) สตีฟ จ็อบส์ ขึ้นเวทีงาน Macworld 2007 ที่เมืองซานฟรานซิสโก ได้เปิดตัวสินค้าที่เปลี่ยนแปลงโลกของการสื่อสารไปตลอดกาล โดยสตีฟ จ็อบส์ บอกว่าเป็นการนำ 3 สินค้า มารวมไว้ในตัวเดียว นั่นก็คือ iPod หน้าจอแบบสัมผัส, การปฏิวัติโทรศัพท์มือถือ และการใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพา ทำให้เกิดเป็น iPhone ขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงของ iPhone แต่ละรุ่นก็มีการเพิ่มฟีเจอร์และพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดย iPhone รุ่นแรกนั้นคงต้องยอมรับเลยว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนโลกไอทีกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากในยุคนั้นยังไม่ค่อยมีฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นรองรับ รวมทั้งเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็ยังไม่รองรับการแสดงผลบนสมาร์ทโฟนหน้าจอเล็ก ๆ ทำให้ iPhone รุ่นแรกยังไม่ค่อยมีประโยชน์และไม่ได้รับความนิยมอย่างทุกวันนี้ แต่สุดท้าย iPhone ก็กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก และสร้างรายได้ให้กับนักพัฒนาเป็นจำนวนมหาศาล

ความสามารถของ iPhone รุ่นแรก ใช้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งเอสเอ็มเอส ท่องอินเทอร์เน็ตผ่านทางซอฟต์แวร์ซาฟารี ค้นหาแผนที่ ฟังเพลง เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 2.5G quad band GSM และ EDGE, Wi-Fi (802.11b/g) บลูทูธ 2.0 และกล้องถ่ายภาพความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ใช้ซีพียู 412 MHz ARM 11 หน่วยความจำภายใน 4GB/8GB/16GB มีหน้าจอ Capacitive 3.5 นิ้ว ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล ส่วนตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม, พลาสติกและกระจก ดูรายละเอียด iPhone รุ่นอื่น ๆ ได้ที่ วิวัฒนาการของ iPhone จากอดีตสู่อนาคต

เมื่อเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในปัจจุบัน ต้องบอกว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีได้ก้าวไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้องหลังที่มีความละเอียดมากถึง 12 ล้านพิกเซล รวมถึงกล้องหลังคู่ของ iPhone 7 Plus ที่สามารถถ่ายภาพ Portrait และซูม Optical ได้ถึง 2 เท่า, ชิป A10 Fusion ที่แรงกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 120 เท่า กราฟิกแรงขึ้น 240 เท่า, ลำโพงสเตอริโอที่ให้กำลังเสียงมากกว่า iPhone 6s ถึง 2 เท่า, กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67, ความจุใหม่เริ่มต้นที่ 32GB และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า iPhone ในอดีตจะไม่ได้รับความนิยม แต่เมื่อเวลาผ่านไป แอปเปิลก็ได้ปรับปรุงและพัฒนา iPhone ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เรายังไม่ควรตัดสินอะไรตั้งแต่จุดเริ่มต้น เพราะในอนาคตมันอาจพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ได้


  • 0

เจ้าของช็อก นึกว่าเจ้าตูบสำลักเพราะกลืนของเล่น ก่อนเอกซเรย์เจอมีดเล่มโตในท้อง

เจ้าของลมแทบจับ ตูบน้อยวัย 4 เดือนซนหนัก กลืนมีดความยาว 20 เซนติเมตรลงท้องหมอเร่งผ่าตัด เอามีดออกมาได้ ปลอดภัยหวุดหวิด

ไอรีน เพสลีย์ หญิงชาวสก็อตแลนด์วัย 46 ปี พาเจ้าเมซีย์ ลูกสุนัขพัน ธ์สแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรียร์ วัย 2 เดือนกว่าไปยังโรงพยาลสัตว์ให้แพทย์ตรวจรักษา เธอคาดว่ามันอาจจะกลืนของเล่นลงท้อง เพราะมันมีอาการป่วยและสำลัก แต่ไอรีนก็ต้องช็อกอย่างหนัก เมื่อพบว่าสิ่งที่เจ้าเมซีย์กลืนลงท้องไปไม่ใช่ของเล่น แต่มันเป็นมีดทำครัวยาว 20 เซนติเมตร !

เรื่องราวชวนช็อกของเจ้าตูบจอมซนตัวนี้ถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์มิร์เรอร์ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 ไอรีนกล่าวว่า ลูกหมาของเธอส่งเสียงแปลก ๆ มันมีอาการไอและสำลัก ด้วยความที่ไอรีนเพิ่งเสียหมาตัวหนึ่งไปเมื่อ 2 เดือนก่อนจากโรคมะเร็ง อาการแปลก ๆ ของเมซีย์ทำให้เธอไม่วางเฉย รีบพามันไปหาหมอโดยทันที

“เมซีย์ทำเสียงแปลก ๆ แล้วมันก็เริ่มสำลัก ฉันคิดว่ามันต้องกลืนของเล่นลงไปแน่ ๆ ตอนมาถึงโรงพยาบาลมันยังสำลักไม่หยุดเลย แล้วก็มีเลือดออกมาจากทางจมูกของมันด้วย ฉันใจคอไม่ดีเลยค่ะ กลัวไปหมด หมาฉันเพิ่งตายไปตัวหนึ่ง ถ้าเมซีย์เป็นอะไรไปอีกตัว ฉันทำใจไม่ได้แน่ ๆ ค่ะ ” ไอรีนกล่าวถึงลูกหมาที่น่าสงสารของเธอ

สัตว์แพทย์ได้นำตัวเมซีย์ไปเอ็กซเรย์เพื่อวินิจฉัยว่าเพราะเหตุใดเมซีย์ถึงได้ป่วย และพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะภาพจากฟิล์มเอ็กซเรย์ปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีมีดเล่มใหญ่อยู่ในท้องของเมซีย์ โดยส่วนปลายของมันทิ่มทางเดินอาหารอยู่ เมื่อเห็นดังนั้น สัตวแพทย์จึงเร่งทำการผ่าตัดโดยทันที

“ฉันแทบจะเป็นลมตอนรู้ว่ามันกลืนมีดลงไป ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง มันอาจจะเล่นซนอยู่แถวเครื่องล้างจานแล้วคาบมันไปและกลืน ไม่มีใครในบ้านนอนหลับกันลงเลยค่ะ ทุกคนกลัวมาก กลัวเมซีย์จะไม่รอด” ไอรีนกล่าว

เคราะห์ดีของเจ้าตูบจอมซน การผ่าตัดประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี ตอนนี้มันพ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้มันถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสัตว์พีดีเอสเอในกลาสโกว์เพื่อพักฟื้นและรักษาต่อไป การนี้สัตวแพทย์หญิงเอมิลี โรนัลด์ บอกว่า เมซีย์โชคดีอย่างมากที่กลืนมีดเข้าไปทางด้าม ไม่ใช่กลืนเอาส่วนปลายลงไป ไม่งั้นมันอาจจะไม่รอดก็ได้

“เมซีย์โชคดีอย่างมากเลยค่ะที่รอดมาได้ ฉันไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อนเลย ตอนนี้มันดูเหมือนจะหายดีแล้วค่ะ เพราะหลังผ่าตัดไปแค่คืนเดียว วันรุ่งขึ้น พอมันฟื้นขึ้นมาก็กระโดด วิ่งเล่นไปทั่วอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ” สัตวแพทย์หญิงกล่าว

นับว่าเป็นอุทาหรณ์ครั้งสำคัญสำหรับใครก็ตามที่เลี้ยงสุนัข เพราะเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และถ้าเกิดเรื่องขึ้น สุนัขตัวอื่นอาจจะไม่โชคดี รอดชีวิตแบบเมซีย์ก็เป็นได้


  • -

“ตุ๊กตา”ชมเปาะ”สตางค์” ทำ”ดาวหลงฟ้าฯ”ตรงบทประพันธ์

ออกอากาศไปเพียงไม่กี่ตอน ละคร “ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน” ของค่ายกันตนา เอฟโวลูชั่น ภายใต้การดูแลของผู้จัดไฟแรง สตางค์-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์ ทายาทกันตนา ก็มีกระแสตอบรับหลากหลายสำหรับแฟนละครที่ติดตาม ทั้งเวอร์ชั่นก่อนหน้า และเวอร์ชั่นนี้

ออกอากาศไปเพียงไม่กี่ตอน ละคร “ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน” ของค่ายกันตนา เอฟโวลูชั่น ภายใต้การดูแลของผู้จัดไฟแรง สตางค์-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์ ทายาทกันตนา ก็มีกระแสตอบรับหลากหลายสำหรับแฟนละครที่ติดตาม ทั้งเวอร์ชั่นก่อนหน้า และเวอร์ชั่นนี้ ซึ่งมีการเปรียบเทียบกันพอสมควร ด้าน ตุ๊กตา-จิตรลดา ดิษยนันทน์  บอสใหญ่กันตนา ที่เคยทำในเวอร์ชั่นก่อนนั้น แสดงความเห็นเมื่อได้ดูเวอร์ชั่นนี้ที่ลูกสาวเป็นคนทำว่า

“เรื่องนี้เป็นละครเรื่องหนึ่งที่ประสบความสำเร็จของกันตนา ซึ่งภูมิใจมากที่สตางค์เห็นคุณค่าและนำกลับมาทำใหม่ แนวคิดการตีโจทย์ของคนรุ่นใหม่เขาดีมาก มีการปรับเปลี่ยนบางจุด ภาพรวมเวอร์ชั่นนี้เปลี่ยนแปลงไปทางที่ดี ซึ่งในเวอร์ชั่นแรกจะเป็นสไตล์เรียบ ๆ ใส ๆ  เพราะด้วยข้อจำกัดบางประการ การถ่ายทำเป็นการถ่ายไปออกอากาศไปทำให้ยังมีข้อผิดพลาดหลุดรั่ว แต่เวอร์ชั่นนี้ใส่รายละเอียดบทได้ครบรสขึ้น ใส่บทรักได้เต็มที่บทบู๊ก็จัดเต็ม และมีแทรกตลกให้คนดูได้ผ่อนคลาย ด้านโลเกชั่นต้องบอกเลยว่าในเวอร์ชั่นนี้ได้ทำขึ้นแบบตามบทประพันธ์ที่ตั้งใจไว้ ซึ่งในเวอร์ชั่นที่แล้วเราตั้งใจว่าเมืองซามาร์ตามบทประพันธ์จะต้องเป็นเมืองแถบเอเชียใต้แต่ช่วงนั้นเจอปัญหาด้านการเมืองในประเทศ เราจึงเบนเข็มมาถ่ายที่เวียนนา คราวนี้สตางค์เขาก็มุ่งมั่น ลองไปดูโลเกชั่นแล้วเขาก็ตัดสินใจพาทีมไปถ่ายทำ ซึ่งออกมาก็สวยงามตรงตามบทประพันธ์ ซึ่งคนเขียนบทเรื่องนี้ทั้ง 2 เวอร์ชั่นคือคุณเอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ เขาก็ดีใจมากที่ได้มีโอกาสนำข้อเสียต่าง ๆ มาปรับเพื่อให้เวอร์ชั่นนี้ออกมาดีที่สุด อีกข้อที่เป็นจุดแข็งของเวอร์ชั่นนี้ คือการที่ได้รับเกียรติจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มาแสดงนำในบทอัมราภาชินี ซึ่งท่านก็ทรงมีพระปรีชาสามารถรอบด้าน ทั้งบู๊ แอ๊คชั่น ดราม่า ขับเครื่องบิน ฟันดาบ ฯลฯ เลยทำให้สามารถใส่บทท้าทายได้เต็มที่ ด้านนาตาลี ที่มารับบทเจ้าหญิงจัสมิน เราก็มองว่า การที่เขายังไม่มีภาพการแสดง ไม่มีคาแรกเตอร์ที่ติดตา เขาก็สามารถใส่ความสดใสน่ารักสมวัยเข้าไปในบทได้ คนดูสามารถเชื่อได้ว่าเขาคือเจ้าหญิงจัสมินแสนซน ส่วนเด่นคุณ เขายังใหม่ คนอาจเกิดการเปรียบเทียบ แต่เราอยากให้คนดูลองเปิดใจให้โอกาส เขาเป็นนักแสดงที่มีความตั้งใจมาก เล่นเองแม้จะเป็นคิวบู๊ยาก ๆ ด้านสำเนียงหลายคนบอกขัดใจ แต่เรามองว่ามันเป็นคาแรกเตอร์เป็นเอกลักษณ์ของเขาที่ดูเป็นพระเอกซื่อ ๆ จริงใจ แรก ๆ ดุดันหน่อย แต่พอหลัง ๆ ได้พบรักกับเจ้าหญิงก็จะอ่อนลง เป็นคนใจเย็น อ่อนโยนมากขึ้น เหมือนเป็นพัฒนาการของตัวละครด้วย ต้องบอกว่าเวอร์ชั่นนี้ลูกเขาทำได้อลังการกว่าตอนสมัยเราทำเยอะและลงทุนเยอะกว่ามาก ก็ต้องชมเขา เพราะเขาตั้งใจมากกับเรื่องนี้”


เรื่องล่าสุด